รู้จักกับ NFC เทคโนโลยีที่จะทำให้มือถือกลายเป็นกระเป๋าสตางค์
หนึ่งในเทคโนโลยีสุดล้ำของโทรศัพท์มือถือในประเทศญี่ปุ่น คือการใช้โทรศัพท์มือถือ “จ่ายเงิน” ด้วยการแตะมือถือกับเครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติตามจุดต่างๆ เช่น ตู้ขายน้ำอัตโนมัติ ที่กั้นรถไฟใต้ดิน ฯลฯเทคโนโลยีนี้ของญี่ปุ่นมีชื่อเรียกว่า “FeliCa” และในอีกไม่ช้ามันจะออกจากญี่ปุ่นมาสู่ประเทศอื่นๆ แล้ว ภายใต้ชื่อว่า “NFC” หรือ Near Field Communication
รู้จักกับเทคโนโลยี Contactless Payment
เทคโนโลยีการจ่ายเงินด้วยการแตะเครื่องโทรศัพท์ เป็นเทคโนโลยีลักษณะเดียวกับบัตรเครดิตหรือบัตรสมาชิกที่ฝังชิปตระกูล RFID ไว้ภายใน และใช้การแตะสัมผัสกับเครื่องจ่ายเงิน (ซึ่งเรียกรวมๆ ว่า “contactless payment“) ซึ่งใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ ตัวอย่างได้แก่- บัตรเครดิต Visa payWave และ MasterCard PayPass
- บัตรโดยสารรถไฟ-รถใต้ดิน เช่น Suica ของญี่ปุ่น, Oyster Card ของอังกฤษ และ Octopus Card ของฮ่องกง ซึ่งบัตรทั้งหมดสามารถนำเงินไปจ่ายค่าบริการอื่นๆ นอกเหนือจากการขนส่งสาธารณะได้ด้วย
สำหรับการจ่ายเงินผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยการแตะสัมผัสก็มีฐานคิดเดียวกัน นั่นคือแปะไมโครชิปที่สามารถส่งสัญญาณวิทยุไว้กับตัวเครื่องโทรศัพท์มือถือ (หรือบางกรณีอาจแปะไว้ข้างมือถืออย่างซิมการ์ด เช่นกรณีของ TRUE Touch SIM) และใช้ซอฟต์แวร์ช่วยประมวลผลการจ่ายเงิน
เทคโนโลยีการจ่ายเงินที่ใช้บนมือถือนี้มีชื่อเรียกว่า Near Field Communication หรือ NFC
NFC คืออะไร?
NFC เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารด้วยคลื่นวิทยุแบบหนึ่ง ถือเป็นซับเซ็ตของเทคโนโลยี RFID ที่ใช้กันแพร่หลายในการค้าปลีกและลอจิสติกส์ (บัตรทางด่วน EasyPass ก็ใช้เทคโนโลยี RFID) ความต่างของ NFC กับ RFID อยู่ที่ระยะทำการ กรณีของ RFID ทั่วไปมีรัศมีทำการประมาณ 2 เมตร ส่วน NFC ถูกดัดแปลงให้เหมาะกับการจ่ายเงินที่ใช้การสัมผัสในระยะใกล้ ต้องการความปลอดภัยที่สูงกว่า จึงทำงานที่ระยะไม่เกิน 10 เซนติเมตรการใช้งาน RFID/NFC สามารถนำไปใช้กับงานได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งในกรณีนี้จะสนใจเฉพาะการนำ NFC ไปใช้กับระบบจ่ายเงินผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น
มาตรฐานการสื่อสารด้วย NFC ถูกดูแลโดยองค์กรกลางที่ชื่อว่า NFC Forum ซึ่งทำหน้าที่ออกมาตรฐาน NFC และทดสอบความเข้ากันได้ของอุปกรณ์แต่ละชนิด สมาชิกของ NFC Forum ประกอบด้วยบริษัทอิเล็กทรอนิกส์และบริษัทไอทีชั้นนำทั่วโลก เช่น โนเกีย ไมโครซอฟท์ โซนี่ ซัมซุง วีซ่า เป็นต้น
นอกจากนี้ในอนาคตยังจะมีอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ NFC เช่น กล้องดิจิทัล และเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบอื่นๆ โดยจะมีตราสัญลักษณ์ N Mark กำกับ
NFC ในโทรศัพท์มือถือ
ปัจจุบันเริ่มมีโทรศัพท์มือถือบางรุ่นที่รวมชิป NFC เข้ามาในตัวแล้ว เช่น Nokia C7 และ Nexus S ของกูเกิลจากการประเมินของโนเกีย คาดว่าปี 2011 จะมีมือถือสมาร์ทโฟนที่ใช้งาน NFC ได้ประมาณ 7-8% ของสมาร์ทโฟนทั้งหมดที่วางขายในโลก และตัวเลขนี้จะเพิ่มเป็น 30% ในปี 2015
ตอนนี้ผู้นำในตลาดมือถือ NFC คือโนเกียและแอนดรอยด์ (แอนดรอยด์ 2.3 ขึ้นไปรองรับ NFC มาในฝั่งซอฟต์แวร์แล้ว ที่เหลือขึ้นกับว่าฮาร์ดแวร์มือถือรองรับหรือไม่) แต่ในอนาคตอันใกล้จะมีมือถือยี่ห้ออื่นๆ ตามมาอีกมาก ตามข้อมูลที่ออกมา มือถือของ BlackBerry ที่จะวางขายในปีนี้จะมี NFC เกือบทุกรุ่น
ส่วนมือถือยอดนิยมอย่าง iPhone นั้น แม้แอปเปิลจะยังไม่ประกาศการรองรับ NFC อย่างเป็นทางการ แต่สำนักข่าวหลายแห่งก็รายงานว่าแอปเปิลกำลังซุ่มพัฒนาการจ่ายเงินผ่าน NFC อย่างเงียบๆ โดยจ้างผู้เชี่ยวชาญด้าน NFC เข้ามาทำงานกับบริษัทด้วย ดังนั้นโอกาสที่ iPhone 5 จะรองรับ NFC ก็มีสูงในระดับหนึ่ง
การรองรับ NFC จากฝั่งไมโครซอฟท์ ก็มีข่าวว่าจะเพิ่มมาใน Windows Phone รุ่นถัดไป ส่วนฟากโอเปอเรเตอร์ในสหรัฐอเมริกาก็รวมตัวกันตั้งบริษัทมาผลักดัน NFC ในชื่อ ISIS
นอกจากการจ่ายเงินด้วย NFC แล้ว อีริค ชมิดท์ ซีอีโอของกูเกิลยังเคยให้สัมภาษณ์ว่ากูเกิลจะร่วมมือกับผู้ให้บริการโฆษณา แบบต่างๆ สร้างการโฆษณาแบบที่ใช้ NFC เพื่อเพิ่มลูกเล่นกับการโฆษณามากขึ้น
ความท้าทายเบื้องหน้า: ปัญหาและอุปสรรคของการใช้งาน NFC
ถึงแม้ NFC จะมีอนาคตที่ค่อนข้างสดใส เพราะมีบริษัทต่างๆ ร่วมสนับสนุนเป็นจำนวนมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไร้สิ้นซึ่งอุปสรรค เพราะ NFC ยังต้องแก้ปัญหาอีกหลายประการก่อนจะก้าวเข้าสู่ตลาดแมสได้เต็มที่ปัญหาของ NFC สามารถแบ่งได้เป็นประเด็นต่างๆ ดังนี้
- มาตรฐานย่อยของ NFC ที่ต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาคของโลก รวมถึงบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและยุโรป ซึ่งมีมาตรฐานการจ่ายเงินของตัวเองอยู่แล้ว
- จำนวนฮาร์ดแวร์โทรศัพท์ที่รองรับ NFC ซึ่งเป็นปัญหาไก่กับไข่ ถ้าไม่มีฮาร์ดแวร์โทรศัพท์เยอะพอ NFC ก็อาจไม่เกิด แต่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์โทรศัพท์ก็จะลังเลที่จะใส่ชิป NFC เข้ามา เนื่องจากผู้ใช้ยังไม่เยอะพอ
- การปรับตัวของสถาบันการเงินต่างๆ โดยเฉพาะสถาบันการเงินขนาดกลางที่ครองตลาดในแต่ละประเทศอยู่แล้ว และไม่สนใจใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพราะต้องลงทุนเพิ่ม
- การยอมรับเทคโนโลยีใหม่ๆ จากผู้ใช้
กะเอาเเชมป์เรยป๊ะเนี่ย สวยเกิ๊น ๆ!!!
ตอบลบสวยดีแนน
ตอบลบอะไร ๆ ก็สัมผัสหมดแล้วว
ตอบลบเนื้อหาดีในระดับหนึ่งแต่การจัดรูปหน้าในบล็อกนั้นไม่น่าอ่านเอาซะเลย
ตอบลบประพจน์แรง
ตอบลบสวยๆ
ตอบลบเนื้อหาดี
ตอบลบ